Thai Arabic Chinese (Traditional) English French German Indonesian Italian Japanese Korean Spanish
ประวัติความเป็นมา องค์การบริหารส่วนตำบลเบิกไพร


      ในสมัยก่อนเขตตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เดิมนั้นเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด อยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลองในปัจจุบัน ชาวบ้านหลาย ๆ พื้นที่มักจะไปเก็บหรือหาของป่ากันในป่านี้ อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านในเขตตำบลจอมบึง ได้ขับเกวียนเทียมควาย 2 ตัว ออกจากตำบลจอมบึง และมีลูกควายตะกอ (เป็นควายรุ่น) วิ่งตามเกวียนไปด้วย เมื่อขับเกวียนไปถึงป่าเบิกไพร ก็ปลดควายที่เทียมออกจากแอก แล้วนำควายพักและผูกล่ามให้เล็มหญ้าอยู่บริเวณชายป่าใกล้ ๆ กับที่จอดเกวียน ส่วนลูกควายได้ปล่อยเล็มหญ้าตามสบาย จากนั้นเจ้าของควายก็ออกเก็บหาของป่าตามที่ต้องการ เมื่อได้ของป่าตามที่ต้องการแล้วก็นำขึ้นบรรทุกเกวียน ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำพอดี ไม่สามารถเดินทางกลับจอมบึงได้ จำเป็นต้องพักค้างแรมในป่าแห่งนั้น และได้ผูกล่ามควายไว้ไม่ไกลนัก พอรุ่งเช้าเจ้าของควายก็จะนำควายมาเทียมเกวียนเพื่อจะเดินทางกลับจอมบึง ปรากฏว่าควายทั้งสามตัวหายไป เจ้าของควายได้ออกติดตามค้นหาที่บริเวณป่าใกล้เคียงก็ไม่พบ เวลาก็จวนจะค่ำลงทุกขณะ บังเอิญได้พบกับชาวบ้านละแวกนั้น จึงได้รับคำบอกกล่าวว่า ศาลเจ้าแม่เบิกไพรเป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ใครบนบานอะไรมักจะได้ตามความประสงค์ และก่อนค่ำวันเดียวกันเจ้าของควายจึงได้บนบานต่อศาลเจ้าแม่เบิกไพร โดยติดสินบนกับเจ้าแม่ว่า “ถ้าได้ควายที่หายไปกลับคืนมาจะถวายลูกควายตะกอที่ตามมาด้วยให้กับเจ้าแม่” เมื่อบนบานเสร็จแล้วก็กลับมาพักค้างแรมที่เกวียน จากนั้นเจ้าของควายก็หลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาเช้าตรู่ก็เห็นควายทั้งสามตัวเดิมอยู่บริเวณใกล้ ๆ นั้น เจ้าของควายดีใจมาก จึงรีบจับควายทั้งสองตัวเข้าเทียมเกวียน ส่วนลูกควายตะกอเจ้าของใช้เชือกผูกคอ แล้วนำไปถวายเจ้าแม่เพื่อเป็นการแก้บน โดยผูกล่ามควายไว้กับเสาไม้แก่น (เสาไม้แก่นคือ เสาที่ปลวกได้กินกระพี้จนหมดเหลือแต่แก่นไว้เท่านั้น) ยาวประมาณ 4 ศอก จากนั้นก็ขับเกียนออกจากป่าและบังคับควายให้เดินทางกลับจอมบึง เมื่อขับเกวียนออกมาไม่มากนัก เจ้าของควายก็ได้ยินเสียงเท้าควายกับเสียงลากไม้พร้อมเสียงร้อง เมื่อหันกลับไปดูก็เห็นเจ้าควายตะกอวิ่งลากเสาที่ผูกล่ามไว้ตามเกวียนมา เจ้าของควายก็มิได้สนใจอะไรกับเจ้าควายตะกอตัวนั้นอีก คงบังคับควายเทียมเดินทางต่อไป เมื่อขับเกวียนมาถึงศาลเจ้าแม่เบิกไพรปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นเป็นป่าละเมาะติดกับลำห้วยหนองน้ำใส ใกล้กับทางเกวียน ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของถนนสายด่านทับตะโก – เบิกไพร ตรงข้ามโรงเรียนบ้านเบิกไพร ปัจจุบัน เสาไม้แก่นที่ควายตะกอลากมาก็หลุด และกระเด็นไปตกอยู่ข้างทางห่างจากทางประมาณ 4 วา เมื่อเจ้าของควายเห็นเช่นนั้น จึงหยุดเกวียนแล้วตัดเสาไม้ขนาดเดียวกับเสาที่ควายลากมาอีกสามต้น ปลูกเป็นศาลเจ้าแบบง่าย ๆ และให้ชื่อว่า ศาลเจ้าแม่เบิกไพร จากนั้นเป็นต้นมา คนจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านเบิกไพร” จนถึงปัจจุบัน


Thanks CloudAccess.net